“ตื่นตาหินงอกหินย้อยโปร่งแสงรูปทรงพระธาตุสวยงาม ห้องโถงกว้างขวาง อากาศเย็นสบาย มีหินสะท้อนแสงประกายระยิบระยับทรงคุณค่าทางธรณีวิทยาในเขตอุทยานแห่งชาติเอราวัณ”
ถ้ำพระธาตุ (Tham Phra That) เป็นหนึ่งในถ้ำที่มีความงดงามและมีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดกาญจนบุรี ตั้งอยู่ภายในเขตอุทยานแห่งชาติเอราวัณ อำเภอศรีสวัสดิ์ ท่ามกลางผืนป่าธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของเทือกเขาหินปูนในภาคตะวันตกของประเทศไทย ตัวถ้ำอยู่ห่างจากน้ำตกเอราวัณประมาณ 12 กิโลเมตร และอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 790 เมตร สภาพพื้นที่โดยรอบเป็นป่าดิบแล้งและป่าไผ่ที่ยังคงความสมบูรณ์ ทำให้อากาศบริเวณนี้เย็นสบายเกือบตลอดทั้งปี นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาถึงจะต้องเดินขึ้นทางลาดชันและบันไดระยะทางประมาณ 600 เมตรก่อนถึงปากถ้ำ แม้เส้นทางจะค่อนข้างเหนื่อย แต่ตลอดสองข้างทางเต็มไปด้วยธรรมชาติร่มรื่นและเสียงสัตว์ป่าตามธรรมชาติ จึงทำให้การเดินขึ้นถ้ำกลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่น่าประทับใจ
ภายในถ้ำพระธาตุมีความยาวประมาณ 200 เมตร และถือเป็นถ้ำหินปูนที่มีความสมบูรณ์ทางธรณีวิทยาสูงมากแห่งหนึ่งของประเทศไทย จุดเด่นสำคัญคือหินงอกหินย้อยที่มีลักษณะโปร่งแสง สามารถสะท้อนแสงไฟเป็นประกายระยิบระยับคล้ายผลึกแก้ว ซึ่งหาได้ยากในถ้ำทั่วไป หินบางส่วนมีสีขาวนวลคล้ายพระธาตุหรือเปลือกหอยสังข์ จึงเป็นที่มาของชื่อ “ถ้ำพระธาตุ” ภายในถ้ำแบ่งออกเป็นหลายห้อง แต่ละห้องมีรูปร่างและลักษณะเฉพาะตัว เช่น ห้องหินระฆัง ห้องหินพระธาตุ ห้องม่านลิเก และห้องหินปะการัง ซึ่งล้วนเกิดจากการสะสมตัวของแร่แคลเซียมคาร์บอเนตผ่านกระบวนการทางธรรมชาตินับล้านปี นักท่องเที่ยวจะได้เห็นทั้งเสาหินขนาดใหญ่ หินงอกที่กำลังก่อตัว และหินย้อยที่ยังมีหยดน้ำเกาะอยู่ตลอดเวลา แสดงให้เห็นว่าถ้ำแห่งนี้ยังคงเป็น “ถ้ำมีชีวิต” หรือ ถ้ำที่ยังคงมีกิจกรรมอยู่ ที่กระบวนการทางธรรมชาติยังดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง
บรรยากาศภายในถ้ำมีความเงียบสงบ เย็นสบาย และค่อนข้างมืด เนื่องจากไม่มีการติดตั้งระบบไฟฟ้าถาวร เพื่อรักษาสมดุลของระบบนิเวศและป้องกันผลกระทบต่อหินงอกหินย้อย นักท่องเที่ยวทุกคนจึงต้องเข้าชมพร้อมเจ้าหน้าที่นำทางของอุทยานและใช้ไฟฉายในการส่องชมความงามภายในถ้ำ การไม่มีแสงไฟถาวรทำให้สามารถมองเห็นพื้นผิวของหินที่สะท้อนแสงไฟฉายได้อย่างชัดเจน เกิดเป็นภาพที่สวยงามแปลกตา บางจุดมีลักษณะคล้ายวัดในถ้ำหรือประติมากรรมธรรมชาติขนาดใหญ่ ทำให้หลายคนรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในโลกใต้ดินที่เต็มไปด้วยศิลปะจากธรรมชาติ นอกจากนี้ภายในถ้ำยังมีอากาศถ่ายเทได้ดี ไม่อับชื้นจนเกินไป จึงสามารถเดินชมได้ค่อนข้างสะดวกเมื่อเทียบกับถ้ำขนาดใหญ่อื่นๆ ในประเทศไทย
ถ้ำพระธาตุยังมีความน่าสนใจในด้านประวัติศาสตร์ท้องถิ่นและความเชื่อของชาวบ้านในพื้นที่ เดิมถ้ำแห่งนี้มีชื่อว่า “ถ้ำดุสิตมหึมา” และถูกค้นพบโดยพรานป่าชื่อ นายมาก บุญทอง ก่อนที่จะมีการสำรวจและพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติในเวลาต่อมา ชาวบ้านเชื่อว่าหินสีขาวบางส่วนภายในถ้ำมีลักษณะคล้ายพระบรมสารีริกธาตุ จึงเกิดการเรียกชื่อว่า “ถ้ำพระธาตุ” และกลายเป็นสถานที่ที่ผู้คนให้ความเคารพและเดินทางมาเยี่ยมชมอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าปัจจุบันจะได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากขึ้น แต่พื้นที่ภายในถ้ำยังคงได้รับการดูแลอย่างเข้มงวดจากอุทยานแห่งชาติเอราวัณ เพื่อรักษาสภาพธรรมชาติให้คงอยู่ในสภาพสมบูรณ์มากที่สุด
การท่องเที่ยวถ้ำพระธาตุเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติ การผจญภัยเบาๆ และการศึกษาด้านธรณีวิทยา เพราะนอกจากความสวยงามของหินงอกหินย้อยแล้ว นักท่องเที่ยวยังจะได้สัมผัสความสมบูรณ์ของผืนป่าและระบบนิเวศรอบอุทยานแห่งชาติเอราวัณอย่างใกล้ชิด ระยะเวลาในการเข้าชมถ้ำโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและช่วงเวลาที่เดินทาง นักท่องเที่ยวจำนวนมากนิยมเดินทางมาเที่ยวร่วมกับน้ำตกเอราวัณ เขื่อนศรีนครินทร์ และสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติอื่นๆ ในอำเภอศรีสวัสดิ์ ทำให้ถ้ำพระธาตุกลายเป็นอีกหนึ่งจุดหมายสำคัญของการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติในจังหวัดกาญจนบุรีที่ยังคงความงดงามและความบริสุทธิ์ของธรรมชาติไว้ได้อย่างน่าประทับใจ
Làm thế nào để đến đó
- จากตัวเมืองกาญจนบุรี ใช้ทางหลวงหมายเลข 3199 (กาญจนบุรี-ศรีสวัสดิ์) เมื่อถึงกิโลเมตรที่ 65 จะมีทางแยกซ้ายมือไปถ้ำพระธาตุ (ก่อนถึงน้ำตกเอราวัณ) ขับเข้าไปตามทางประมาณ 12 กิโลเมตรจะถึงลานจอดรถและจุดลงทะเบียน
Chuyến đi
- ควรสวมรองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าเดินป่าที่เกาะพื้นได้ดี
- หลีกเลี่ยงรองเท้าแตะเพราะทางขึ้นถ้ำค่อนข้างชัน
- พกไฟฉายส่วนตัวเพื่อช่วยส่องภายในถ้ำให้ชัดเจนขึ้น
- ควรเดินทางช่วงเช้าเพื่อลดความร้อนระหว่างเดินขึ้นเขา
ค่าเข้าชม:
- ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท (ชาวไทย)
- ผู้ใหญ่ 300 บาท เด็ก 150 บาท (ชาวต่างชาติ) รวมอยู่ในค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ
เวลาเปิดปิดทำการ:
- 08.00 – 16.00 น. (ทุกวัน)